|| All ARRI Sites ||
 
 
 
 
พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน
 
๖. โซนพันธุ์สัตว์น้ำ
 

 

พันธุ์สัตว์น้ำที่พบได้ทั่วไปบริเวณเกาะสีชัง

 

หอยสังข์มะระ (Murex Shell) ( Murex ramosus Lamarck)

เป็นหอยฝาเดียวขนาดกลางที่มีเปลือกหนา ด้านปากมีหนามยื่นยาวออกไปและมีร่องลึก บนเปลือกมีหนามจำนวน ๓ แถว เรียงตัวตามความยาว หนามแต่ละอันพับเป็นราง ปลายไม่แหลมและไม่แผ่แบน โดยแถวที่อยู่ขอบด้านนอกมีแง่ยื่นออกไปทางด้านข้างมากกว่าแถวอื่น ช่องเปิดปากกว้าง ความยาวเปลือกประมาณ ๒๕ เซนติเมตร พื้นผิวเปลือกสีขาว พบอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง ใต้เขตน้ำขึ้น-น้ำลง

 

หอยมือเสือ (Giant Clam) (Tridacna squamosa)

เป็นหอยสองฝาขนาดใหญ่ ความยาวของเปลือกประมาณ ๒๕ เซนติเมตร เปลือกทั้งสองมีพื้นสีขาวด้านในเคลือบมัน เปลือกยึดติดกันด้วยมัดกล้ามเนื้อ ขณะที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติกาบทั้งสองจะอ้าเปลือกให้เนื้อเยื่อแมนเติลสีน้ำเงินอมเขียวด้านในรับแสง ลักษณะเป็นริ้วพับไปมาตามขอบของเปลือก มีช่องให้น้ำไหลเข้าไปในโพรงที่ล้อมรอบด้วยเยื่อแมนเติลทางด้านท้ายของลำตัว และมีช่องให้น้ำไหลออกนอกร่างกายอีก ๑ ช่อง บริเวณตรงกลาง พบได้เฉพาะในแนวปะการัง เพราะมีสาหร่ายเซลล์เดียวเหมือนที่พบในปะการังอาศัยอยู่ด้วย สาหร่ายจะสังเคราะห์แสงให้พลังงานกับหอยมือเสือ

 

หมึกกระดอง (Cuttle Fish) ( Sepia pharaonis )

ลักษณะลำตัวเป็นรูปไข่ เมื่อเจริญเต็มที่มีความยาวจากปลายหนวด (arm) ถึงส่วนหางประมาณ ๒๕ เซนติเมตร หนวดมีขนาดสั้น กระดองมีความยาวประมาณ ๒ เท่าของความกว้าง พื้นผิวทางด้านบนมีลายสีน้ำตาลเข้มกว่าทางด้านล่าง พบทั่วไปในอ่าวไทย ไข่มีลักษณะเป็นแพประมาณ ๖๐–๒๒๐ ใบ แต่ละใบมีตัวอ่อนเพียง ๑ ตัว

 

หมึกสาย หรือหมึกยักษ์ (Octopus) ( Octopus sp.)

เป็นหมึกที่ไม่มีกระดอง แมนเติลมีลักษณะ เป็นถุงหุ้มอวัยวะภายในเอาไว้ ส่วนหัวเจริญดีมาก มีตาโต มีหนวด ๘ เส้นยาวเท่ากัน บนหนวดแต่ละเส้นมีปุ่มดูด (sucker) จำนวน ๒ แถว พื้นผิวลำตัวทางด้านหลังของหมึกชนิดนี้ มีตุ่มเล็กๆ กระจัดกระจายมีสีม่วงอมชมพู ด้านท้องมีสีขาวจางๆ ซึ่งจะเปลี่ยนสีให้เข้มหรือจางได้ ความยาวลำตัวจรดปลายหนวดประมาณ ๓๐ เซนติเมตร อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนหรือซอกหิน

 

ปลาวัวหางพัด (Chinese Filefish) ( Monocanthus chinensis )

ลำตัวแบนทางด้านข้าง เกล็ดหุ้มลำตัวมีขนาดเล็ก ปากเล็กยื่นออกไปด้านหน้า ขนาดความยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร พื้นลำตัวสีเหลืองอมม่วงแต้มด้วยจุดสีม่วงดำกระจาย โดยมีจุดแต้มทึบแนวเฉียงอยู่ ๒ แถบ

 

ปลาผีเสื้อลายแปดเส้น (Eight-Banded Butterflyfish) ( Chaetodon octofasciatus )

ปลาผีเสื้อลายแปดเส้น ลักษณะลำตัวแบนมากทางด้านข้าง เกือบเป็นรูปกลม แนวสันหลังโค้งมากกว่าทางด้านท้อง หน้าผากลาดชันเกือบเป็นเส้นตรง มาจดจะงอยปาก ปากขนาดความยาวประมาณ ๘ เซนติเมตร พื้นผิวลำตัวมีสีเหลืองอ่อน มีคาดตามขวางสีน้ำตาลไหม้ ๘ แถบ แถบแรกคาดผ่านดวงตา

 

ปลาสร้อยนกเขา (Sweetlip) (Plectorhynchus chaetodonoides Lacepede)

ลักษณะลำตัวค่อนข้างสั้น แบนทางด้านข้าง ความยาวประมาณ ๒๕ เซนติเมตร ขณะอายุยังน้อยพื้นผิวลำตัวสีขาวและมีลายน้ำตาลเป็นแถวใหญ่แบบตาข่าย โดยมีแถวคาดบริเวณโคนหาง ๑ แถบเมื่อโตขึ้นลายน้ำตาลนี้จะแตกออกกลายเป็นเส้นเล็กลงและมีจุดน้ำตาลกระจายในบริเวณพื้นขาว เมื่อเจริญเต็มที่จุดน้ำตาลจะกระจายทั่วลำตัว ทำให้พื้นลำตัวสีขาวลักษณะเป็นลายตาข่าย

 

ปลาข้าวเม่าน้ำลึก (Red Soldier Fish) (Sargocentron rubrum)

เป็นปลาที่มีตาโต ก้านครีบหลังและครีบทวารแข็งเป็นหนาม ขอบกระดูกแข็งเป็นหนามแหลม ตามผิวลำตัวมีเกล็ดหยาบแบบหยัก ขนาดความยาวลำตัวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร พื้นผิวลำตัวสีแดงสลับขาวตามความยาวบริเวณหัวและข้างแก้มมีสีแดงสลับขาวตามขวาง พบอาศัยอยู่ตามซอกหินปะการัง

 

ปลาเก๋าจุดน้ำตาล (Greasy Grouper) ( Epinephelus tauvina)

เป็นปลาเก๋าที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ รูปร่างค่อนข้างป้อม หัวใหญ่ จะงอยปากแหลม นัยน์ตาโต ปากกว้างเฉียงขึ้นเล็กน้อย มีฟันเป็นเขี้ยวแหลมขึ้นอยู่บนขากรรไกรทั้งบนและล่าง ครีบหลังยาว ครีบหางมีขนาดใหญ่และแข็งแรง ปลายหางกลมมน พื้นตัวเป็นสีเทาและมีลายน้ำตาลอยู่บนหัวและข้างลำตัว มีจุดประอยู่ตามหัวและลำตัว แต่บางตัวก็ไม่มีจุดขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและขนาดของปลา มีความยาวตั้งแต่ 30-150 เซนติเมตร หากินอยู่ตามซอกหิน กองหิน ตามชายฝั่งทะเลและลำคลองที่น้ำทะเลขึ้นถึง

 

ปลาทรายขาว (Lattice Monocle Bream) ( Scolopsis taeniopterus )

เป็นปลาทะเลที่มีลำตัวค่อนข้างป้อม หัวโต นัยน์ตาโตอยู่ใกล้กับสันกะโหลก ปากกว้างอยู่ในระดับเดียวกับส่วนท้อง เกล็ดค่อนข้างใหญ่ ครีบหลังยาว ส่วนที่เป็นก้านครีบเดี่ยวมีปลายโผล่ขึ้นมาจากตัวครีบเล็กน้อย ส่วนที่เป็นก้านครีบฝอยมีปลายยาวจรดโคนครีบหาง ครีบหูยาว มีก้านครีบแข็งยื่นยาวออดกไปเป็นปลายแหลม ครีบท้องอยู่ใกล้ครีบหู มีก้านเดี่ยวอันแรกแยกออก ตัวครีบเป็นหนามแหลมโผล่ออก ครีบหางใหญ่ ปลายโค้งเว้า สีโดยทั่วไปของหลังและข้างลำตัวเป็นสีม่วงปนน้ำตาล ท้องสีขาว ความยาวประมาณ 20-50 เซนติเมตร หากินอยู่ตามพื้นดินที่เป็นโคลนและโคลนปนทราย

 

ปลาสลิดทะเล (Streaked Spinefoot) ( Sigunus javus )

รูปร่างสั้นป้อม ความยาวลำตัวเท่ากับ 1.8-2.3 เท่าของความกว้างลำตัว หัวค่อนข้างเล็ก ปากเล็กยืดหดไม่ได้ ตอนหน้าของครีบหลังมีหนามแหลมยื่นชี้ออกจำนวน 13 อัน อันแรกสั้นที่สุดและต่อด้วยก้านครีบอ่อน ครีบท้องอยู่ใกล้ครีบหูและมีขนาดใกล้เคียงกัน ฐานครีบก้นมีก้านครีบแข็ง 7 อัน คอดหางเล็กเรียว ลำตัวสีน้ำตาลปนดำ ส่วนท้องมีสีจาง ลำตัวด้านบนมีจุดประและมีแถบเล็กยาวกว่าทางด้านล่าง ความยาวลำตัวประมาณ 15-20 ซม. หากินตามพื้นท้องทะเลและกองหิน กินสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร

 

ปลาสลิดหิน (Black-banded Damselfish) ( Abudefduf coelestinus )

ลำตัวสั้นและแบนด้านข้าง เกล็ดตามผิวลำตัวค่อนข้างใหญ่ ครีบหลังทั้งสองตอนเชื่อมต่อกันตลอด ปลายครีบหลังและครีบก้นยื่นยาวออกไปด้านหลังเป็นชายธง ครีบหูและครีบท้องยาวแหลม ครีบหางเป็นแฉกแหลมและมีสีดำที่แฉกทั้งสองของหางแฉกละแถบ พื้นผิวลำตัวมีสีเขียวอมฟ้า มีแถบสีดำคาดตามขวางลำตัวจำนวน 5 แถบ ไม่นับคาดสีดำที่ตา ขนาดความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร

 

ปลานกขุนทอง (Green Wrasse) ( Halichoeres sp.)

ลำตัวเรียวยาวและแบนทางด้านข้าง ส่วนหน้าแหลม ครีบหลังทั้งสองตอนติดต่อกันตลอด ครีบหางโค้งมนเป็นรูปพัด ขนาดความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร พื้นผิวลำตัวสีเขียวอมเหลือง ด้านหน้ามีลายสีน้ำเงินคาดหลายเส้น ตามขอบครีบหลัง ครีบก้นและครีบหางมีสีน้ำเงิน ปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ตามปะการัง ชอบออกหาอาหารเฉพาะเวลากลางวันและหมกตัวอยู่ตามพื้นทรายตอนกลางคืน

 

ปลาหางแข็ง (Banded Trevalley) ( Atule mate )

เป็นปลาทะเลซึ่งมีลำตัวยาว แบนข้าง หัวโต จะงอยปากยาวและแหลม นัยน์ตาโต มีเยื่อไขมันหุ้มอยู่ ปากกว้างและเฉียงขึ้นเล็กน้อย มีฟันเล็กๆ บนขากรรไกร เกล็ดเส้นข้างตัวแข็ง โดยเฉพาะส่วนหางเป็นสันแข็งกว่าส่วนอื่น ครีบหลังมีสองอัน แยกเป็นอิสระออกจากกัน อันแรกเป็นรูปสามเหลี่ยม อันที่สองตอนหน้าสูงแหลม ตอนท้ายสุดจรดโคนหาง ครีบก้นยาวปลายจรดโคนหางเช่นกัน ลำตัวด้านบนสีน้ำเงินแกมเขียว ช่องท้องสีขาว มีแถบสีเทาจางๆ พาดตัวลายใหญ่บ้างเล็กบ้างสลับกัน ครีบต่างๆ สีเหลือง ความยาวประมาณ 13-30 เซนติเมตร กินปลา กุ้งและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร

 

ปลากระบอก (Grey Mullet) ( Liza vaigiensis )

รูปร่างเรียวยาว ลำตัวค่อนข้างกลม หัวมีขนาดใหญ่และกว้าง ตาเล็กไม่มีเยื่อไขมันปิด มีเกล็ดใหญ่ พื้นสีลำตัวเป็นสีน้ำตาลปนเทา มีแถบดำพาดตามยาวลำตัว 8-10 แถบ ครีบทุกครีบมีสีเทาอมดำหรือสีน้ำตาลไหม้ แต่ครีบอกมีสัดำเข้มกว่าเห็นได้ชัด ชอบอาศัยอยู่ตามผิวน้ำและหาอาหารตามชายฝั่งทะเลตื้นๆ และในบริเวณปากแม่น้ำ กินสาหร่าย ตะไคร่น้ำ ขี้แดด รวมทั้งแมลงน้ำและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร ความยาวประมาณ 19-40 เซนติเมตร

 

ปลาปักเป้าหนามทุเรียน (Porcupine Fish) ( Diodon liturosus )

ลักษณะลำตัวค่อนข้างกลม แบนทางด้านบนเล็กน้อย หัวขนาดใหญ่ เรียวเล็กลงไปทางหาง ตากลมโตกลอกไปมาได้ และมีหนังตายื่นลงมาเป็นติ่ง ปากหนามีฟันเชื่อมต่อ ความยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ผิวลำตัวเป็นหนังย่นและมีหนามแข็งพับลู่ไปทางหาง แต่จะตั้งขึ้นเมื่อตกใจ หรือถูกรบกวนและพองตัวได้ พื้นลำตัวมีสีเทา มีลายด่างสีดำเป็นปื้นใต้ตา ใต้คาง บนหัวข้างแก้มและบนหลัง อาศัยอยู่ใกล้พื้นทะเลริมชายฝั่ง

 

ปลากบ, ปลาคางคก (Toad Fish) ( Batrichthys grunniens Gunther)

ลักษณะลำตัวแบนเล็กน้อยทางด้านข้างแต่ส่วนหัวแบนลง หัวโต ปากกว้าง มีฟันเขี้ยว ตามลำตัวไม่มีเกล็ด ส่วนหัวมีหนวดและยังมีตามผิวลำตัวด้วยครีบหลังแยกเป็นสองตอน ตอนหน้ามีหนามแข็ง ๓ อัน แข็งแรงและมีหนามหุ้ม ความยาวประมาณ ๒๐ เซนติเมตร พื้นผิวลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนสลับแก่ อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลน

 

ปลาผีเสื้อปากยาว (Long-Nosed Butterflyfish) ( Chelmon rostratus Linnaeus)

ลักษณะลำตัวแบนทางด้านข้าง แนวสันหลังโค้งลาดลงมาจนถึงส่วนหัว จะงอยปากเป็นหลอดยาวยื่นไปข้างหน้า เกล็ดตามบริเวณลำตัวมีขนาดเล็ก โดยเฉพาะบนหลังครีบหางและครีบทวารมีขนาดเล็กมาก ความยาวลำตัวประมาณ ๑๕ เซนติเมตร พื้นผิวลำตัวมีสีขาวอมเหลือง มีแถบสีส้มขอบน้ำตาลจำนวน ๕ แถบคาดตามขวางผ่านตา ลำตัวและโคนหาง อาศัยตามแนวปะการัง กินหนอนและกุ้งปลาตามซอกปะการัง

 

 

เลือกโซนภายในพิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน
 

โซนเทิดพระเกียรติพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว      
โซนสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ
โซน Mini theater แนะนำเกาะสีชัง
โซนระบบนิเวศหาดทราย และระบบนิเวศหาดหิน
โซนแพลงก์ตอนและความสำคัญในระบบนิเวศทางทะเล
โซนพันธุ์สัตว์น้ำ
โซน Touch tank
โซนสัตว์เศรษฐกิจ มิตรของสิ่งแวดล้อม
โซนเรื่องของปะการัง

 
 
สถานที่ตั้งและเวลาทำการ

พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน

ต. ท่าเทววงษ์   อ. เกาะสีชัง   จ. ชลบุรี

 

เปิดให้บริการ  วันอังคาร-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09:00 น. - 17:00 น.

หากสนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อได้ที่สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ โทร 02-2188160

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
All Rights Reserved, Copyright© 2008 Aquatic Resources Research Institute, Chulalongkorn University